แจกวิธีแก้รถสตาร์ทไม่ติด วิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง

คงเป็นเรื่องที่หงุดหงิดปวดขมับไม่น้อยหากว่าเช้านี้คุณมีภารกิจจำเป็น ต้องรีบบึ่งรถคู่ใจไปยังที่ทำงานให้ทันเวลา แต่ทว่ารถเจ้ากรรมดันทำผิดสตาร์ทไม่ติดเอาเสียได้ งานนี้คงต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยทิ้งรถไว้บ้านและใช้บริการแท็กซี่คงจะสะดวกที่สุด แต่ทว่าเมื่อกลับมาคงต้องมาปลุกปล้ำกันอีกทีเพื่อหาสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้รถคุณสตาร์ทไม่ติด แน่นอนหลายคนคงจะตั้งป้อมให้กับปัญหานี้ไปที่เจ้าแบตเตอรี่ตัวดีแน่ๆ แต่ทว่าถ้าแบตเตอรี่เพิ่งเปลี่ยนไปหมาดๆ ล่ะ แล้วสาเหตุจะเกิดจากอะไรได้บ้าง วันนี้เราก็มีข้อมูลดีๆ

สำหรับเรื่องของรถสตาร์ทไม่ติด นั้นหลักๆเลยก็คือ การจอดรถไว้นานเกินไปโดยที่ไม่ได้ใช้งาน เช่นการจอดทิ้งไว้เฉยๆแบบข้ามวันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือการไปต่างจังหวัดและต่างประเทศเป็นเวลานานๆ ซึ่งอาการสตาร์ทไม่ติดนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เราต้องสังเกตุจากการสตาร์ทครั้งแรก

บิดกุญแจแล้วเครื่องยนต์เงียบๆ มีเสียงดังแชะๆ

มาเริ่มกันจากเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบมีแต่เสียงแชะๆ กันก่อนนะครับ ด้วยความที่เครื่องยนต์เงียบ ลองดูที่หน้าปัดด้วยครับว่าไฟขึ้นไหม ถ้าไม่ก็น่าจะคาดเดาได้ว่ากำลังไฟของรถน่าจะมีปัญหาซึ่งก็คือแบตเตอรรี่ของรถน่าจะเสื่อมนั่นเอง

อาการนี่เราสามารถสังเกตได้ล่วงหน้าด้วยนะครับ เช่น การสตาร์ทรถยนต์ของเราในช่วงหลังๆ จะมีเสียงแชะๆๆ นานขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่เครื่องยนต์จะติด แต่ก็เป็นไปได้เช่นกันที่น่าจะเกิดจาดไดร์สตาร์ทเสื่อมซึ่งวิธีการสังเกตว่าเป็นปัญหาที่ไดร์สตาร์ทเสื่อมคือ เครื่องยนต์มักจะดับเองในขณะที่รอบต่ำ หรือขับไปดีๆ แต่เครื่องดับครับ วิธีแก้ก็เปลี่ยนแบตเตอร์รี่ใหม่ซะนะครับ

ไดชาร์จเสีย

ซึ่งหน้าที่หลักคือปั่นไฟเพื่อเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ และหากรถคุณดันแจ็คพ็อตเจอกับปัญหาถ้าไดชาร์จเสียเข้าพอดี ก็จะไม่สามารถปั่นไฟเพื่อเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ได้ เมื่อแบตเตอรี่ไม่มีไฟก็ส่งผลทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด สำหรับวิธีการเช็คว่าไดชาร์จเสียหรือไม่ ก็สามารถทำได้ด้วยการติดเครื่องยนต์ (พ่วงแบตเตอรี่) แล้วถอดขั้วแบตฯ ออก หากเครื่องยนต์ดับแสดงว่าไดชาร์จลาโลกแน่นอน แต่ถ้าถอดขั้วแบตเตอรี่แล้ว เครื่องยนต์ยังคงทำงานปกติ แสดงว่าไดชาร์จยังปกติ

แบตเตอรี่เสื่อม

หากใช้งานแบตเตอรี่มามากกว่า 2 ปี ก็เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่เสื่อม เนื่องจากใช้งานมานานก็ย่อมเสื่อมไปตามกาลเวลา โดยสาเหตุนี้มักจะพบอาการ “สตาร์ทไม่ติดตอนเช้า” หรืออาจจะมีในช่วงระหว่างวันตามระดับการเสื่อมของแบตเตอรี่ ซึ่งโดยมากหากจอดทิ้งไว้นานเกิน 8 ชม. ก็จะพบอาการสตาร์ทไม่ติด หากคุณพบเจออาการเหล่านี้”ช่างเอก” ขอแนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นโดย “ขอพ่วงแบตเตอรี่จากรถยนต์คันอื่น” หากพ่วงแล้วสตาร์ทติดง่ายขึ้นหรือสตาร์ทติดในทันที ก็เป็นสัญญาณที่ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ได้ แต่หากพ่วงแบตหรือเปลี่ยนแบตใหม่แล้วอาการรถสตาร์ทไม่ติดยังคงเป็นอยู่ ก็ควรไปเช็กอาการในลำดับถัดไปเลย

ระบบไฟฟ้ามีปัญหา

จริง ๆ สาเหตุดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิด อาการก็ดูง่ายๆ ว่าบิดกุญแจแล้วไฟต่างๆ บนหน้าปัดไม่มีอะไรโชว์ขึ้นเลย อีกทั้งคุณดันจอดทิ้งรถไว้นานๆ สาเหตุอาจเกิดจากมีหนูเข้ามากัดสายไฟจนขาดก็เป็นได้ ซึ่งการตรวจเช็คเบื้องต้น ให้พ่วงแบตเตอรี่และถ้าไม่มีการตอบสนองอะไรเหมือนเดิม แสดงว่าระบบไฟมีปัญหาขึ้นจริงๆ กรณีแนะนำให้เรียกช่างหรือใช้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัทประกันนำเพื่อรถเข้าอู่ซ่อม

อาการทุกอย่างเหล่านี้ หากเกิดขึ้นแล้วก็ควรนำรถไปตรวจเช็กและแก้ไขอย่างทันท่วงที เพื่อจะได้ไม่ต้องกังวล เวลาสตาร์ทรถครั้งต่อไป

ทั้งหมดนี้ จะช่วยให้เราสามารถสรุปปัญหาเบื้องต้นได้ก่อนที่เราจะโทรเรียกช่างมาดูแลอีกทีนะครับ อย่างน้อยที่สุดเราก็ยังรู้ว่ารถของเราเป็นอะไรไป และสมควรที่จะต้องลางานเป็นครึ่งวันหรือลาเต็มวันไปเลยดีกว่ากัน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *