เผยทุกขั้นตอนการซื้อรถมือสอง ตั้งแต่ต้นจนจบ

เผยทุกขั้นตอนการซื้อรถมือสอง ตั้งแต่ต้นจนจบ

รถยนต์ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวันในปัจจุบัน เพราะสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางมากกว่าการใช้บริการรถโดยสารประจำทางสาธารณะ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายคนพยายามซื้อรถยนต์ไว้ใช้งาน แต่สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด การซื้อรถมือสองจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะมีราคาถูกกว่ารถมือหนึ่งทำให้ง่ายต่อการซื้อเงินสดแล้ว หากต้องการซื้อเงินผ่อนยังมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นในวันออกรถและเงินค่าผ่อนชำระในแต่ละเดือนน้อยกกว่ามาก จึงตอบโจทย์คนงบน้อยได้มากกว่าการซื้อรถมือหนึ่ง

อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อนั้นมีขั้นตอนมากกว่าการเลือกซื้อรถมือหนึ่ง เพราะ รถมือสอง นั้นเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ทำให้มีการสึกสภาพเสื่อมสภาพในหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์ ภายนอกตัวรถ และภายในห้องโดยสาร ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบทั้งเอกสารประจำรถและตรวจเช็คความสมบูรณ์อย่างถี่ถ้วนเพื่อป้องกันการถูกย้อมแมวหลอกขายรถไม่ได้คุณภาพ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีขั้นตอนในการซื้อ รถมือสอง มาฝาก รับรองว่าได้รถคุณภาพดีอย่างแน่นอน

 

1. ตั้งงบประมาณในการซื้อรถให้ชัดเจน

 

แม้ว่าหลายคนอาจมองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินคือ สิ่งสำคัญที่เป็นตัวกำหนดประเภท ยี่ห้อ และรุ่นของรถยนต์ เพราะฉะนั้นควรตั้งงบประมาณไว้อย่างเคร่งครัดตามกำลังที่ผู้ซื้อสามารถจ่ายได้ แต่หากมีจำนวนเงินที่เพียงพอกับราคาของรถที่ต้องการก็ยังจ่ายค่ารถด้วยเงินสดได้ในทันที ซึ่งจะช่วยทำให้ประหยัดค่าดอกเบี้ยมากขึ้น ส่วนในกรณีต้องการผ่อนชำระเป็นรายเดือน ก็ควรวางแผนผ่อนชำระในเกณฑ์ที่สามารถจัดการได้โดยไม่ลำบาก ดังนั้นหากเลือกรถที่มีราคาสูงกว่าที่ตั้งไว้อาจทำให้ต้องจ่ายค่างวดรถเกินกว่าที่ตั้งไว้ รวมทั้งยังอาจเป็นการเพิ่มจำนวนปีในการผ่อนชำระอีกด้วย

 

2. เลือกรถที่ถูกใจ

 

สมัยนี้นับว่าเป็นโชคดีมากเพราะมีการรวบรวมผู้ขาย ประเภท ยี่ห้อ รุ่นรถ ปีที่ผลิต ราคาของรถยนต์ไว้ในเว็บไซต์หลายแห่ง ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกในการตัดสินใจมากยิ่งขึ้น ทำให้ได้รถยนต์ที่เหมาะสมกับตัวเองและหารถที่อยู่ในงบประมาณได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังเปรียบเทียบคุณสมบัติและราคาได้อีกด้วย

 

3. ติดต่อผู้ขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับรถที่ได้เลือกไว้

 

ซึ่งสิ่งที่ผู้ซื้อควรทำคือ สอบถามประวัติของรถที่ไม่ระบุในโฆษณาขายในเว็บไซต์ เช่น รถคนนี้เป็นมือที่เท่าไหร่ ประวัติการใช้งาน ประวัติการเกิดอุบัติเหตุ รถมีเล่มทะเบียนและ Book Service หรือไม่ เป็นต้น แต่สิ่งที่สำคัญคือ ต้องไม่ลืมสังเกตการตอบคำถามของผู้ขาย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงความน่าเชื่อถือของผู้ขายได้ หากไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจนให้ผู้ซื้อสันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่ารถของผู้ขายรายนี้อาจมีเป็นรถที่มีปัญหาได้

 

4. ตรวจสอบประวัติผู้ขายและประวัติรถ

 

ซึ่งแน่นอนว่าแหล่งซื้อขาย รถมือสอง นั้นมีเพียงแค่ 2 แหล่งเท่านั้นคือ รถเต็นท์และรถบ้าน แต่ไม่ว่าจากแหล่งไหนสิ่งสำคัญคือ ผู้ขายต้องที่อยู่ชัดเจนติดต่อได้ รถมีเล่มทะเบียนตัวจริง ชื่อเจ้าของรถตรงกับชื่อผู้ขายหรือไม่เช่นนั้นต้องมีเอกสารการโอนลอย เพื่อยืนยันว่ารถคันนั้นเป็นรถที่ถูกกฎหมาย เป็นรถที่ปลอดภาระหนี้ ไม่มีค้างชำระกับไฟแนนซ์ นอกจากนั้นควรตรวจสอบเลข VIN หรือเลขตัวถัง เพื่อยืนยันว่ารุ่น สี และเครื่องยนต์จากโรงงาน หากไม่ตรงก็แสดงว่าผู้ขายมีการดัดแปลงหรือเปลี่ยนแปลงรถยนต์คันนี้

 

5. ขอดูรถจริง

 

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยความรู้พอสมควร ดังนั้นหากไม่มีความชำนาญแนะนำให้พาช่างที่มีประสบการณ์ไปด้วย เพราะต้องดูโดยละเอียดว่ารถคันที่ต้องการนั้นมีปัญหาตรงไหนบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องยนต์ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะหากดูไม่ละเอียดแล้วผู้ซื้ออาจต้องเสียเงินซ่อมแซมเพิ่มในภายหลังได้

 

6. ทดลองขับจริง

 

การทดลองขับเป็นวิธีที่ดีที่ทำให้ผู้ขับขี่เห็นถึงปัญหาที่แท้จริงของการใช้งาน ทั้งการเร่งเครื่องยนต์ การเบรก การเลี้ยว ระบบต่าง ๆ ภายในรถ รวมทั้งเป็นการทดสอบด้วยว่าเป็นรถที่เหมาะกับผู้ขับขี่จริง ๆ หรือไม่อีกด้วย

7. ต่อรองราคา

 

 

ข้อดีของรถมือสอง ข้อหนึ่งคือ สามารถต่อรองราคากับผู้ขายจนกว่าจะได้ราคาที่พึงพอใจทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะหากรถมีปัญหา ผู้ซื้ออาจนำสิ่งนี้ไปใช้เป็นข้อต่อรองราคาได้

 

8. ชำระเงิน

 

ในการชำระเงินผู้ซื้อสามารถชำระได้ทั้งเงินสดหากราคาอยู่ในเกณฑ์ที่ชำระได้หรือเลือกจัดไฟแนนซ์ ซึ่งในกรณีนี้ผู้ซื้อต้องเสียอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 4-5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดหรือโปรโมชั่นในขณะของแต่ละไฟแนนซ์ เพราะฉะนั้นหากไม่ต้องการจ่ายค่าดอกเบี้ยสูงมากเกินไป ควรวางเงินดาวน์อย่างน้อย 10 -20 เปอร์เซ็นต์และเลือกผ่อนในจำนวนปีน้อยก็จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

 

9. รับรถ

 

เมื่อจัดการเรื่องเอกสารซื้อขายแล้วก็เป็นการจบขั้นตอน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผู้ซื้อรถยนต์มือสองสามารถรับรถได้ภายใน 1-2 วันหลังทำสัญญา แต่ในบางที่อาจรับรถได้ทันทีเมื่อทำสัญญาเรียบร้อย อย่างไรก็ตามเมื่อรับรถเรียบร้อยควรนำรถมาตรวจสอบอีกครั้ง เปลี่ยนอะไหล่ที่จำเป็น และถ่ายของเหลวทุกชนิดเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ด้วย

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับขั้นตอนการซื้อรถมือสอง ที่เรานำมาฝาก ซึ่งการรู้ก่อนนั้นช่วยให้คนอยากมีรถและกำลังคิดซื้อรถยนต์มือสองคุณภาพดี ๆ สักคันได้เตรียมพร้อมและดำเนินการในแต่ละขั้นตอนได้ง่ายขึ้นด้วย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *